วันที่ 2 มิถุนายน 2557
ที่ทำงานกลุ่มปฎิวัติรัฐสภา
จดหมายเปิดผนึกถึง คสช. เรื่องตรึงราคาและปฏิรูปพลังงานปิโตรเลียมแห่งชาติ
เรียนคสช.
จดหมาย
เปิดผนึกฉบับนี้เป็นจดหมายร้องทุกข์ของประชาชนที่ได้รับความทุกข์เดือดร้อน
จากราคาแกส น้ำมันในประเทศมีราคาแพงมาก
กลุ่มปฏิวัติรัฐสภาในนามของประชาชนต้องการให้ คสช.
ได้โปรดทราบปัญหาของประชาชนและช่วยพิจราณาดำเนินการแก้ปัญหาให้ประชาชนโดยขอ
เรียนดังนี้
**แกสน้ำมันไทยราคาแพงติดอันดับ 1 ใน 10
ของโลกเสมอมาอย่างไร้เหตุผลอันจะพึงฟังได้
สร้างความทุกข์ยากเดือดร้อนให้คนไทยเพราะ...เป็นเรื่อง "นโยบาย" ของ
รัฐบาล+กท.พลังงาน+ปตท.(ระบอบทษ.) ที่ต้องการทำกำไรสูงสุด
ไม่ใช่เป็นเรื่องของต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ
แต่อ้างว่าเพื่อสท้อนต้นทุน....แท้จริงแล้วเป็นต้นทุนเทียม
มิใช่ต้นทุนจริงเช่น ปิโตรเลียมดิบต้นทุนต่ำผลิตจากบ่อไทยเองมี 50 - 100%
ของความต้องการใช้ในประเทศ(และควรต้องให้สิทธิประชาชนภาคครัวเรือนได้ใช้ให้
เหลือก่อน) แต่กลับไปใช้ต้นทุนปิโตเลียมดิบอ้างอิงราคาตลาดโลกทุกลิตร
**ระ
บอบทษ.ฯ
ผู้ทุจริตในการแปลงปตท.ขายหุ้นในราคาที่หลวงขาดทุนอย่างมาก....เพื่อวางแผน
เขมือบเป็นเจ้าของหุ้นเกรด Aบวก
ในราคาถูกต่ำกว่ามูลค่าสินทรัพย์ของแผ่นดินของประชาชนมากโดยปกปิดชื่อผู้
ซื้อจริง.....และใช้รัฐเป็นเครื่องมือออกกฎหมายเอื้อปตท.ให้ค้ากำไรเกินควร
ด้วยนโยบายสร้างกำไรสูงสุดเพื่อนายทุนเจ้าของหุ้นกลุ่มเล็กๆโดยไม่คำนึงถึง
ความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชน เช่นในปี 2555 ปตท.มีผลกำไร 1.32 ล้าน
ล้าน บาท .....
**อัน
เป็นผลพลอยได้ให้รัฐได้เงินปันผลสูงตามนายทุนไปด้วย
แต่มิใช่นโยบายของรัฐที่จะค้ากำไรเกินควรแล้วสร้างความทุกข์ร้อนให้ประชาชน
นานร่วม 20 ปี จากการที่ค่าครองชีพพุ่งสูงตามราคาแกส
น้ำมันที่ขึ้นราคามหาโหดตลอดเวลาซึ่งข้าราชการชั้นสูงมีรายได้หลายทาง
คนร่ำรวยคงจะไม่รู้สึกรู้ร้อนไม่เข้าใจในเรื่องนี้....
**ระ
บอบทษ. ได้ร่วมมือกันบริหารจัดการธุรกิจปตท.
โดยออกกฎหมายเอื้อให้ปตท.ฉ้อฉลหมกเม็ดผูกขาดในการบริหารจัดการ
การผลิตการขายแกส น้ำมัน อาศัยกฎระเบียบปิดบังข้อมูลไม่ยอมชี้แจงข้อสงสัย
และใช้เงินค่าโฆษณาปิดปากสื่อ
ข่มขู่ปชช.ที่วิพากษ์วิจารณ์ด้วยการฟ้องศาลแทนที่จะชี้แจงให้เกิดความโปร่ง
ใสซึ่งนับว่าไร้จริยธรรม ขาดสำนึกและอุดมการณ์ในการรับใช้ประชาชน
นอกจากทำให้ประชาชนเดือดร้อนต้องใช้แกส น้ำมันราคาแพงมากแล้ว
ยังทำให้รัฐต้องสูญเสียรายได้ผลประโยชน์อันพึงควรจะได้จากกฎหมายที่ล้าสมัย
ไม่ยุติธรรมและการเก็บค่าภาคหลวง
ค่าภาษีที่รั่วไหลโดยเปิดโอกาสให้ทุจริตจ่ายใต้โต๊ะได้ง่าย
ไม่มีระบบตรวจสอบที่รัดกุมมีคุณภาพ ไม่เปิดโอกาสให้สาธารณะ
ประชาชนตรวจสอบได้ เช่นปริมาณน้ำมันดิบที่สูบได้จากปากหลุม....
**ที่
ผ่านมาประชาชนตาดำๆไม่ค่อยมีความรู้กฎหมายได้พยายามร่วมมือกันช่วยเหลือตัว
เองโดยการฟ้องร้องต่อองค์การอิสระฯและศาลต่างๆดังมีเรื่องค้างคาอยู่หลาย
เรื่อง แสดงถึงความทุกข์ร้อนของแผ่นดินจริงๆจนประชาชนทนอยู่เฉยๆไม่ได้
บางเรื่องที่ศาลตัดสินแล้วศาลไม่ได้ยืนอยู่ข้างประชาชน
ไม่ให้คำแนะนำช่วยเหลือกลุ่มประชาชนหลายๆกลุ่มที่เข้าชื่อฟ้องร้อง
กลับตัดสินสั้นๆห้วนว่า ประชาชนไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง
และจำเลยข้าราชการระดับสูงของกท.พลังงานที่วางแผนควบคุมราคาแกส
น้ำมันผู้ถูกฟ้องก็ไม่ใช่ผู้รับผิดชอบโดยตรง....ทำให้ประชาชนไม่รู้จะบาก
หน้าไปพึ่งใคร
เหลือเพียงต้องรบกวนใต้เบื้องพระยุคลบาทซึ่งหากไม่จำเป็นจริงๆก็จะไม่ทำ
**ทั้งหมดทั้งปวงจึงขอให้ คสช.
งด
การขึ้นราคาแกส น้ำมัน
และลดราคาโดยด่วนเป็นการแก้ไขบรรเทาเหตุการณ์ความเดือดร้อนของประชาชนเฉพาะ
หน้าก่อน เพราะในราคาขายปลีก แกส น้ำมันต่อลิตร ประกอบด้วยค่ากำไรมากกว่า
10 บาท ค่าภาคหลวง ภาษีรายได้ของรัฐไม่ต่ำกว่า 15 บาท
ค่ากองทุนน้ำมัน(เถื่อน)ที่ปตท.ไม่ได้ใช้ในการพยุงราคาแกสน้ำมันให้ประชาชน
นอก
จากนี้ค่าบริการทางตลาดที่สูง ค่ากำไรของปตท.ผส.
ค่ารายได้ของโรงกลั่นน้ำมัน โรงแยกกาซ
ที่ล้วนแต่สูงมากเกินจนมีกำไรมากมายในแต่ละปี และ
ค่ารู้มากเอาเปรียบอุตสาหกรรมอื่นๆและประชาชนของธุรกิจปิโตรเคมีบริษัทลูก
ของปตท.ในการเอาค่ากองทุนน้ำมันไปใช้ การเสียภาษีต่ำสุด ฯลฯ
......เมื่อเทียบกับของมาเลเซียที่จำหน่ายน้ำมันต่างๆลิตรละประมาณ 20
บาทจะทราบข้อมูลตามกล่าว
และ
ขอให้ คสช. ได้ปฏิรูปพลังงานปิโตรเลียมแห่งชาติ ในรูปแบบใดแบบหนึ่ง
โดยมียุทธศาตร์การปฏิรูปพลังงานปิโตรเลียมในทำนองลักษณะโดยประมาณที่ภาค
ประชาชนกลุ่มต่างๆจะได้เสนอมาในรูปแบบที่คล้ายๆกัน ตามที่
"กลุ่มปฏิวัติรัฐสภา" ก็เสนอมาด้วยดังนี้
ยุทธศาตร์การปฏิรูปพลังงานปิ
การปฏิรูปพลังงานปิโตรเลียมแห่ งชาติ ของไทยควรจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตั วไม่เกี่ยวข้องกับพลังงานอื่ นและทรัพยากรธรรมชาติอื่ นเพราะปิโตรเลียมสามารถสร้ างผลประโยชน์ให้อย่ างมหาศาลและมีเป้าประสงค์ เฉพาะตัวอยู้ข้อหนึ่งที่สำคั ญมาก คือการนำผลประโยชน์รายได้มาสร้ างรายได้จากเงินปันผลและจั ดทำโครงการสวัสดิการต่างๆให้ ประชาชนทุกระดับ
ที่ผ่านมา 20 ปีปิโตรเลียมเป็นสิ่งที่ถู กนำไปสร้างปัญหาสร้างความเดื อดร้อนให้กับประชาอย่ างมากจากการออกกฎหมาย การจัดตั้งองค์กรธุรกิจบริษั ทมหาชน(จำกัด)ปตท.และการบริ หารจัดการที่ไม่ถูกต้ องขาดความโปร่งใส ปิดบังข้อมูลประชาชนตรวจสอบไม่ ได้ ทำให้เกิดโอกาสการทุจริตง่ ายจำนวนมากและจำหน่ายแกส น้ำมันสำเร็จรูปให้ ประชาชนในราคาแพงเกิน ทำให้ประขาชาชนรวมตัวกันเรียกร้ องให้เกิดการปฏิรููปพลังงานปิ โตรเลียมโดยคาดหวังเรียกร้องให้ นำผลประโยชน์รายได้จากปิโตรเลี ยมทรัพยากรธรรมชาติ ของประชาชนมาจัดทำโครงการสวัสดิ การต่างๆให้ประชาชน
ดังนั้นการปฏิรูปพลังงานปิ โตรเลียมครั้งนี้จึงเกิดขึ้ นจากความต้องการของประชาชน เป็นเรื่องที่ต้องสนองตอบความต้ องการของประชาชน ยุทธศาตร์ที่ดีจึงต้องเป็นยุ ทธศาตร์ที่เน้นเพื่ อปวงชนนอกจากการจำหน่าย แกส น้ำมันให้ประชาชนในราคาถูกแล้ว ยังต้องนำผลประโยชน์รายได้มาจั ดทำสวัสดิการให้ประชาชนเป็นเป้ าประสงค์หลักโดยเฉพาะเป็นกรณีพิ เศษตามที่ประชาชนเรียกร้องอั นแตกต่างจากการปฏิรูปเรื่องอื่ น
ดังนั้นจึงต้องตัดทิ้งประเด็ นความต้องการปฏิรูปเพื่อเปิดช่ องทางให้กลุ่มทุนพลังงานที่ร่ ำรวยอยู่แล้วเข้ามาแบ่งแย่ งผลประโยชน์รายได้ที่ควรจะเป็ นของประชาชน...อย่างที่นักวิ ชาการพรรคพวกของนายทุนแฝงตัวเข้ ามาเป็นกรรมการฯเพื่อร่ างกฎหมายปฏิรูปพลังงานฉบับต่ างๆสนองตัณหาเปิดช่องทางให้ นายทุนแบ่งแย่งผลประโยชน์ ของปวงชนเจ้าของทรั พยากรธรรมชาติปิโตรเลียม ซึ่งเป็นทรัพธรรมชาติเพียงชนิ ดเดียวที่เป็นความหวังของปชช.ที ่จะสามารถช่วยให้คนไทยมีความสุ ขได้
ปิโตรเลียมเป็นทรัพยากรธรรมชาติ สิ้นเปลืองที่มีลักษณะเด่น มีเฉพาะบางประเทศ มีปริมาณจำกัด สามารถเก็บไว้ได้นานเท่าที่ต้ องการโดยไม่เสื่อมคุณภาพ และทุกประเทศมีความจำเป็นต้ องการใช้มากสำหรับใช้ประจำบ้ านและเป็นสินค้าต้นทุนของธุรกิ จทั้งหลาย
ในการร่างกฎหมายปฏิรูปพลั งงานไทยนั้น คณะกรรมการทุกชุดทุกกลุ่มทุ กเวที ที่กำลังร่างกฎหมาย ก่อนอื่ นควรเริ่มต้นต้องตกลงกัน ให้มีวิสัยทัศน์ยุทธศาตร์ และนโยบายที่พ้อง กันเป็นเอกภาพร่วมกันเสียก่อน เพื่อไปสู่การจัดทำรายละเอี ยดกำหนดกลยุทธต่างๆในการร่าง การออกกฎหมายโดยเอาปวงชนเป็นตั วตั้ง ให้มีเป้าประสงค์สนองตอบความต้ องการของปวงชน เพื่อรับใช้ปวงชนเจ้าของทรั พยากรปิโตรเลียม ไม่ต้องไปห่วงนายทุนพลังงานที่ ร่ำรวยอยู่แล้ว
ปิโตรเลียมเป็นทรัพยากรธรรมชาติ
ในการร่างกฎหมายปฏิรูปพลั
(และหลังจากนี้แล้วกรรมการทุ กคนจะได้ร่วมแรงร่วมมือกันใช้ ความรู้ความสามารถของตนได้เต็ มที่
สามารถแบ่งงานแบ่งการบ้านกันทำ สามารถทำงานได้ทุกวัน หรือทุก 2-3
วันตามกำหนด บางคนมีงานประจำไม่ว่างมา งานปฏิรูปฯก็ยังดำเนินได้ เพราะมียุทธศาตร์อยู่แล้ว ไม่ทะเลาะขัดแย้งแย่งกันเป็นหั วเรือเป็นคนสำคัญเป็ นคนนำเสนอบนเวทีแตกแยกกันแม้ จะมีการแต่งตั้งประธานฯแล้วก็ ตาม)
ยุทธศาตร์แห่งการ "ปฏิรูปพลังงานปิโตรเลียมแห่ งชาติ" โดยหลักการใหญ่ ความต้องการสูงสุด จึงกำหนดดังนี้
ยุทธศาตร์แห่งการ "ปฏิรูปพลังงานปิโตรเลียมแห่
(1) การ "ปฏิรูปพลังงานปิโตรเลียมแห่ งชาติ" นี้เป็นภารกิจที่แตกต่ างจากภารกิจอื่น เพราะมีเจตนารมย์กระทำเพื่ อผลประโยชน์สูงสุดของปวงชนซึ่ งประชาชนส่วนใหญ่เป็นคนระตับล่ างยากจน โดยมิต้องห่วงนายทุนหรือกลุ่มทุ นพลังงานที่ร่ำรวยอยู่แล้ วและเป็นกลุ่มชนเล็กๆซึ่ งสามารถประกอบธุรกิจอื่นๆได้
ขอให้นายทุนพลังงานจงหลีกทางให้ ความร่วมมือด้วย การร่างกฎหมาย การกำหนดรูปแบบวิธีการจัดตั้ งองค์กร การกำหนดวิธีการบริหารจัดการธุ รกิจทุกเรื่องจึงให้ใช้ปวงชนเป็ นตัวตั้ง เป็นศูนย์กลางที่จะได้รั บผลประโยชน์สูงสุดเสมอ
(2) ให้มีบริการการขายแกส น้ำมันสำเร็จรูปแก่ ประชาชนภาคครัวเรือนในราคาถู กเป็นธรรม โดยให้ประชาชนภาคครัวเรือนเป็ นกลุ่มแรกที่จะได้ใช้แกส น้ำมันสำเร็จรูปจากปิโตรเลียมบ่ อไทยในราคาถูก จากราคาต้นทุนที่เป็นจริงเพิ่ มกำไรไม่เกิน 15% ส่วนที่เหลือจึงจัดสรรให้ภาคธุ รกิจ อุตสำหกรรม โรงงานอย่างเป็นธรรรมหรื อตามความจำเป็น
(3) ให้มีการขายแกส น้ำมัน สำเร็จรูปแก่ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม โรงงานในไทยในราคาไม่แพงอย่างยุ ติธรรมและตามความจำเป้น เพื่อรั กษาระดับค่าครองชีพให้เปลี่ ยนแปลงอยู่ในเกณฑ์ปกติตามหลั กการทางเศรษฐศาตร์ และสามารถส่งออกสินค้าต่างๆแข่ งขันราคากับตลาดต่างประเทศได้
สำหรับในข้อ(2) และ (3) เป็นเรื่องที่ช่วยให้ปชช.พ้นทุ กข์ความเดือดร้อนจากราคาแกส น้ำมันสำเร็จรูปและราคาสินค้าที ่ขึ้นราคาอย่างรวดเร็ วตลอดเวลาทำให้ทิ้งห่างรายได้ ของปชช.ห่างไกลออกไปเรื่อยๆ จนปชช.ยากจนไม่มีเงินออมต้องเป็ นหนี้สินบนผืนแผ่นดินสุวรรณภูมิ อันอุดมสมบูรณ์
(2) ให้มีบริการการขายแกส น้ำมันสำเร็จรูปแก่
(3) ให้มีการขายแกส น้ำมัน สำเร็จรูปแก่ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม โรงงานในไทยในราคาไม่แพงอย่างยุ
สำหรับในข้อ(2) และ (3) เป็นเรื่องที่ช่วยให้ปชช.พ้นทุ
(4) เมื่อช่วยให้ปชช.พ้นทุกข์ตามข้อ (2)และ (3) แล้ว ต้องช่วยให้ปชช.มีความสุ ขมวลรวมประชาชาติสูง คือมีทั้งความสุขกายและสุขใจด้ วย ครอบครัวมีหลักประกันชีวิตมี ความเป็นอยู่ที่ดี มีสวัสดิการขั้นพื้นฐานอันพอเพี ยงส่งผลให้คลายกังวลจากปัญหาพื้ นฐานในการดำรงชีวิตของครอบครั วเท่าที่จะสามารถเป็นไปได้ เช่นในเรื่อง การสาธารณะสุข การศึกษา สาธารณูปโภคฯลฯ
คณะกรรมการชุดต่างๆจะต้องจั ดทำร่างการปฏิรูปพลังงานปิ โตรเลียมแห่งชาติโดยเป็นช่ องทางให้รัฐและ "องค์กรธุรกิจพลังงานปิโตรเลี ยม
ของชาติ" (องค์กร ธ.ป.ช.) ซึ่งปวงชนเป็นเจ้าของร่วมกับรัฐ
ที่จะกำหนดให้มีขึ้นใน รูปแบบใดแบบหนึ่งนั้น มีอำนาจบริหารจัดการ การผลิต
การค้าปิโตรเลียม แกส น้ำมัน เพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ รายได้ให้เป็นของปวงชนให้มากที่ สุดทุกช่องทางทั้งที่ขั้นตอนต้ นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ เพื่อสร้างรายได้จากเงินปันผลที ่ประชาชนซื้อเป็นเจ้ าของและนำมาจัดทำโครงการสวัสดิ การต่างๆให้ประชาชนทุกระดับทั้ งประเทศ
โดยกฎหมายที่ร่างนั้น ไม่เป็นช่องทางให้นายทุนเศรษฐี มาแย่งแบ่งปันผลประโยชน์รายได้ (จากทรัพยากรธรรมชาติของคนทั้ งประเทศ) ที่ควรจะเป็นของปวงชน แต่ไปเข้ากระเป๋านายทุนที่ร่ ำรวยอยู่แล้ว โดยการร่างกฎหมายให้เปิดเสรีธุ รกิจการผลิต การค้า ปิโตรเลียม แกส น้ำมัน ตามที่นายทุนกำลังจ้ องหาโอกาสอยู่โดยใช้วิธีการต่ างๆ
เช่น นำเสนอตัวเอง หรือ ให้นักวิชาการที่รู้จักคุ้นเคย
เคยมีน้ำใจผลประโยชน์ต่อกัน หรือ ส่งทีมนักวิชาการ นักพูดเพื่อมวลชนจิตอาสา
เข้ามาอยู่ในคณะกรรมการร่ างกฎหมายปปฏิรูปพลังงานไทยเพื่ อให้มีการเปิดการค้าเสรีปิ โตรเลียม แกส น้ำมัน กล่าวอีกแบบหนึ่งคือ....
การจัดทำร่างการปฏิรูปพลังงานปิ โตเลียมแห่งชาติ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจั ดการธุรกิจ การผลิต การค้า ปิโตรเลียม แกส น้ำมันที่ขั้นตอนต่างๆคือ
การจัดทำร่างการปฏิรูปพลังงานปิ
ก/ ที่ต้นน้ำ...การสำรวจ ผลิตปิโตรเลียมดิบ (การเก็บรายได้ แบ่งปันผลผลิต) ระหว่างรัฐและเอกชนคู่สัญญาผู้ ขอดำเนินการ.......
ข/ ที่กลางน้ำ...การขนส่งปิโตรเลี่ ยมทางท่อบนบกและในทะเล และ การ(โรง)กลั่นน้ำมัน การ(โรง)แยกกาซ.......
ค/ ที่ปลายน้ำ...ปั๊มบริการขายปลี กแกสน้ำมันสำเร็จรูป (ปัจจุบันเป็นของปตท. 60% และค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่่อยๆ).... ...
ข/ ที่กลางน้ำ...การขนส่งปิโตรเลี่
ค/ ที่ปลายน้ำ...ปั๊มบริการขายปลี
ให้เป็นไปโดยยึดแนวทางวางกลยุ ทธ์ ในการกำหนดรูปแบบวิธีการ การบริหารจัดการและออกกฎหมายให้ เกิดผลประโยชน์รายได้แก่รั ฐและองค์กร ธ.ป.ช.มากที่สุด ที่สำคัญคือ.....
โดยการออกกฎหมายให้รัฐ และองค์กรธุรกิจพลังงานปิโตรเลี ยมแห่งชาติ(องค์กร ธปช.) มีอำนาจผูกขาดในธุรกิจที่เกี่ ยวข้องกับการสำรวจ การผลิต การค้า ปิโตรเลียมดิบ กาซน้ำมันสำเร็จรูป ที่ขั้นตอนต่างๆให้มากที่สุดเท่ าที่จะทำให้รัฐและองค์กร ธปช.สามารถใช้อำนาจบริหารจั ดการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์รายได้ จากทรัพยากรธรรมชาติของปชช. ให้ตกเป็นของรัฐและปชช.ให้มากที ่สุดทุกช่องทางทุกขั้นตอน สามารถควบคุมนายทุนฯได้ทั้ งทางตรงทางอ้อมไม่ให้เข้ามาแบ่ งแย่งผลประโยชน์ที่ขอให้เป็ นของปวงชนเพื่อนำไปจัดสร้ างรายได้เงินปันผลจากหุ้นที่ ประชาชนทั้งประเทศซื้อเป็นเจ้ าของ และการจัดทำทำสวัสดิการให้ ประชาชน
โดยการออกกฎหมายให้รัฐ และองค์กรธุรกิจพลังงานปิโตรเลี
แทนที่จะเปิดเสรีการค้าอันเป็ นช่องทางเปิดโอกาสให้นายทุนเข้ ามาประกอบธุรกิจอย่างเสรีแข่งขั นกับ
รัฐและองค์กร ธ.ป.ช. มาใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ ระบบต่างๆ ของรัฐ
เช่นท่อขนส่งบนบกในทะเล โรงกลั่นน้ำมัน โรงแยกกาซและปั๊มบริการขายปลีก
มาแข่งขันกับรัฐและองค์กรธปช. อย่างเสรี ทำให้ผลประโยชน์รายได้ส่วนนี้ ไปตกแก่นายทุนที่ร่ำรวยอยู่แล้ว แทนที่จะตกอยู่กับปชช.ที่ส่ วนใหญ่เป็นคนจนและเป็นเจ้ าของทรัพยากรธรรมชาติ...... การขอให้นายทุนที่ร่ำรวยอยู่แล้ วไม่เข้ามาหากินแข่งขันแบ่งแย่ งผลประโยชน์จากทรัพยากรปิโตรเลี ยมของปชช.เพียงเรื่องเดียวเพื่ อรัฐจะได้บริหารจัดการเก็บเกี่ ยวผลประโยชน์เหล่านั้นมาให้ ประชาชนทั้งประเทศ เป็นเหตุผลที่ทุกคนจะต้องยอมรั บตามกฎหมายปฏิรูปพลังงานปิ โตรเลียมแห่งชาติ
(5) องค์กรธุรกิจพลังงานปิโตรเลี ยมแห่งชาติ ที่จะจัดตั้งให้มีขึ้นสำหรับบริ หารจัดการธุรกิจ การผลิต การค้าปิโตรเลียม แกส น้ำมันในส่วนที่นอกเหนือจากรั ฐดำเนินการเอง ซึ่งอาจมีรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ งตามที่ออกแบบกำหนด เช่น
(5.1) จัดตั้งเป็นองค์กรธุรกิจขึ้ นใหม่ ในที่นี้สมมติเป็นชื่อ องค์กรธุรกิจพลังงานปิโตรเลี ยมแห่งชาติ (องค์กร ธปช.) โดยการยึดคืนระบบอุปกรณ์ต่ างๆเช่น ระบบท่อขนส่งบนบกในทะเล โรงกลั่นน้ำมัน โรงแยกแกส ฯลฯ ซึ่งเป็นของแผ่นดิ นของประชาชนมาแต่เดิม [ราคารวมประมาณ 300,000 ล้านบาท แต่ถูกทุจริตเอาไปตีราคาเพี ยงแห่งละ 1 บาท รวมประมาณ 10 บาท ในการขายหุ้นตอนแปลงรัฐวิสาหกิ จปตท.เป็นกึ่งรัฐวิสาหกิจ บริษัท(จำกัด)มหาชนปตท. ให้นักการเมืองทุนสามานย์ผู้บริ หารประเทศเจ้าของนโยบายได้ซื้ อหุ้นราคาถูก ] จากบริษัท(จำกัด) มหาชน ปตท. นำมาจัดทำองค์กร ธปช.ให้ประชาชนทั้งประเทศถือหุ้ นร่วมกันในจำนวนเท่าๆกัน หากคนจนไม่มีเงินซื้อให้รั ฐบาลหาเงินมาให้กู้แล้วค่อยๆหั กส่วนแบ่งเงินปันผลคืน
(5.2) การยึดคืนบริษัท(จำกัด)มหาชน ปตท. มาเป็นของรัฐโดยการซื้อหุ้นคื นในส่วนที่เป็นของเอกชน 49% ประมาณ 1 หมื่นล้านหุ้น เริ่มต้นจากการตรวจสอบการทุจริ ตในการแปลงรัฐวิสาหกิจปตท.ขายหุ ้นเช่น การตีราคาสินทรัพย์ของแผ่นดินที ่ยังมีสภาพดีใช้งานได้อย่างมี ประสิทธิภาพให้ไร้มูลค่าตามข้อ 5.1 ตัวการมีทั้งนักการเมืองและช้ าราชการในสำนักนายกรัฐมนตรี ในกท.การคลัง
โดยให้ศาลบังคับแจ้งข้อมูลผู้ซื ้อหุ้นมือหนึ่ง และเจ้าของหุ้นในปัจจุบันเพื่ อแสดงความบริสุทธิ์ของนักการเมื องผู้แปลงรัฐวิสาหกิจฯ หากนักการเมืองในยุคนั้นเป็นเจ้ าของหุ้นจำนวนมากให้ถือว่าปฏิบั ติโดยทุจริตเพราะเจตนาแปลงรัฐวิ สาหกิจขายหุ้นในราคาถูกกว่าต้ นทุนมากเพราะวางแผนกว้านซื้อหุ้ นเองในราคาถูก และหากเจ้าของหุ้นใดไม่ยอมเปิ ดเผยชื่อจริงก็ถือว่าทุจริตเช่ นกัน จึงต้องยึดหุ้นคืนเป็นของแผ่นดิ น สำหรับผู้ถือหุ้นรายอื่นๆที่ไม่ เกี่ยวข้อง ให้ซื้อหุ้นคืนในราคาที่เป็ นธรรมซึ่งส่วนมากต่างก็ได้ กำไรจากเงินปันผลมากแล้ว
หากไม่ยอมขายหุ้นคืนในราคากำหนด ให้ยึดคืนทรัพย์ของแผ่นดินไปจั ดตั้งองค์กรธปช. ตามข้อ 5.1 แล้วให้บริษัท(จำกัด)มหาชนปตท. เป็นบริษัทในตลาดหุ้นธรรมดาๆไม่ มีบทบาทเกี่ยวข้องกับรัฐและทรั พยากรปิโตรเลียมของแผ่นดินอีกต่ อไป
และที่สำคัญคือ ปตท. จะไม่มีอำนาจในการบริหารจัดการ การผลิต การค้า ปิโตรเลียม แกส น้ำมัน ของรัฐและไม่มีกฎหมายรองรั บอำนาจผูกขาดการบริหารจั ดการการผลิตการค้า ปิโตรเลียม แกส น้ำมัน และจะต้องขาย แกส น้ำมันสำเร็จรูปในราคาถูกแข่งกั บองค์กรธปช. และกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ เป็นกองทุนเถื่อนไม่ถู กกฎหมายอยู่แล้วก็จะต้องถู กยกเลิทำให้ไม่มีกองทุนเชื้ อเพลิงช่วยสนับสนุนธุรกิจปิ โตรเคมี ในที่สุดจะทำให้ มีผลกำไรน้อย ราคาหุ้นของบริษัท(จำกัด) มหาชนปตท.จะต้องลดลงๆ อย่างมากแน่นอน และเจ้าของหุ้นปตท.จะต้องขายหุ้ นไปซื้อหุ้นตัวใหม่ที่กำไรดีกว่ า
สำหรับกลยุทธให้กท.การคลั งขายหุ้นให้ประชาชนทั้ งประเทศคนละ3-5 หุ้น เพื่อให้ประชาชนมีเสียงข้ างมากในการโหวตเสียงในการมี อำนาจวางแผนบริหารปตท.ให้เป็ นไปในรูปแบบใดแบบหนึ่งนั้นก็เป็ นเรื่องน่าคิด
(6) สัญญาการสำรวจ ผลิตและเก็บผลประโยชน์รายได้ปิ โตรเลียมดิบระหว่างรัฐกั บเอกชนให้ยกเลิกระบบเดิมแบบสั มปทานซึ่งรัฐได้ผลประโยชน์น้ อยประมาณร้อยละ 30 เป็นค่่าภาคหลวงร้อยละ 5 - 15 ที่เหลือเป็นค่าภาษีรายได้ โดยเปลี่ยนมาเป็นระบบแบ่งปั นผลผลิตปิโตรเลียมดิบปากหลุมให้ รัฐได้ส่วนแบ่งประมาณร้อยละ 80 คู่สัญญาได้ประมาณร้อยละ 20 เป็นรูปแบบที่ทันสมัยกว่าเหมื อนกับหลายประเทศใช้กัน ทำให้รัฐได้ผลประโยชน์เพิ่มขึ้ นมากและเกิดความโปร่งใส เปิดเผยข้อมูล ตรวจสอบได้ง่ายที่สำคัญคือทำให้ รัฐมีปิโตรเลียมดิบจากบ่ อไทยในส่วนที่เป็นของรัฐที่ จะนำมาบริหารจัดการผลิตแกส น้ำมันสำเร็จรูปมากขึ้นสำหรั บใช้ในประเทศและเหลือส่งขายต่ างประเทศ....ด้วยเหตุและผลเรื่ องนี้จึงให้รัฐหยุดการทำสั ญญาให้สัมปทานแก่เอกชนที่กำลั งจะเกิดขึ้นเสียก่อนจนกว่าจะได้ มีการปฏิรูปพลังงานปิโตรเลี ยมแห่งชาติแล้วเสร็จ
(7) การจัดตั้งองค์กรธุรกิจพลั งงานปิโตรเลียมแห่งชาติ ของประเทศไทย ไม่ สมควรไปลอกแบบของประเทศอื่นๆเช่ นมาเลเซีย หรือบริษัทปิโตรนาส เพราะประชาชนของเขามีชีวิ ตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าคนไทย และเป้าประสงค์ของการจัดตั้ งองค์กรธุรกิจพลังงานแห่งชาติมี อยู่ข้อหนึ่งที่ต้องการบริหารจั ดการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์รายได้ เพื่อนำไปจัดทำโครงการสวัสดิ การต่างๆให้ประชาชนทุกระดับอั นมีค่ามากสำหรับคนจนระดับล่าง ซึ่งแตกต่างกับของบริษัทปิ โตรนาส ดังนั้นจึงอาจนำของต่ างประเทศมาประยุกต์ให้เข้ากั บเป้าประสงค์ ของไทยโดยเฉพาะในเรื่ องการออกกฎหมายให้องค์กรธปช.มี อำนาจผูกขาดในการบริหารจัดการ การผลิตการค้าปิโตรเลียม แกส น้ำมัน
(8) ในกระทรวงพลังงานและในองค์กร ธปช.เมื่อรัฐมีการแต่งตั้งชุ ดคณะกรรมการใดๆตามกฎหมายเพื่ อวางแผนตัดสินใจบริหารจั ดการองค์กรธปช.และส่วนราชการต่ างๆที่เกียวกับพลังงานปิโตรเลี ยม ขอให้กฎหมายนั้นกำหนดให้มีชุ ดคณะกรรมการจากภาคประชาชนแต่งตั ้งเสนอเข้าทำงานร่วมกับชุ ดคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยภาครั ฐด้วยในจำนวนที่ไม่น้อยกว่าชุ ดคณะกรรมการของภาครัฐ และให้ภาคประชาชนมีสิทธิ์เปลี่ ยนตัวกรรมการที่ ภาคประชาชนเสนอได้ ตลอดเวลาโดยเพียงแต่แจ้งให้ รมว. พลังงานเพื่อรับทราบ
ข้อควรคำนึงประกอบในการจัดทำยุ ทธศาตร์ปฏิรูปธุรกิจพลังงานปิ โตรเลียมแห่งชาติ
(ก) เรื่องงบกำไรสุทธินี้เพี ยงแสดงให้กรรมการร่างยุทธศาตร์ และกฎหมายปฏิรูปพลังงานปิโตรเลี ยมแห่งชาติได้เห็นว่าผลกำไรสุ ทธิประจำปีขององค์กร ธปช.จะต้องถูกจัดสรรไปเป็นงบต่ างๆซึ่งจะมากกว่าตัวอย่างที่ แสดง และจะเหลืองบส่วนที่จะนำมาใช้ เป็นเงินปันผล เงินจัดทำโครงการสวัสดิการให้ ประชาชนไม่มาก
ดังนั้น
(1) ถ้าใช้ระบบเปิดการค้าเสรีให้ นายทุนพลังงานเข้ามาแบ่งแย่ งผลประโยชน์รายได้ที่ควรจะเป็ นของปวงชนเจ้าของทรัพยากรปิ โตรเลียม
(2) เลิกเก็บเงินกองทุนเชื้อเพลิง ทำให้ไม่มีเงินส่วนนี้เข้ามาช่ วย
(3) ขายแกส น้ำมันราคาถูกให้ประชาชน ทำให้ผลกำไรจากการขายปลี กลดลงหรือได้น้อย ทำให้ผลกำไรในส่วนที่จะนำมาเป็ นเงินปันผลและสวัสดิการต่ างๆของประชาชนก็จะเหลือน้อย
งบกำไรสุทธิขององค์กรธปช. ประจำปี ให้จัดสรรดังนี้ (เป็นตัวเลขสมมติ)
จัดสรรเป็นทุนสำรอง......(10%) จัดสรรเป็นงบลงทุนทั่วไป......( 30%)
จัดสรรงบสำหรับเงินปันผลประจำปี ของผู้ถือหุ้นไม่เกิน 20 %
จัดสรรเป็นงบจัดทำโครงการสวัสดิ การต่างๆให้ประชาชนผู้ถือหุ้นทั ้งประเทศ 40 %
(สมมติถ้าประชาชนที่อายุเกิน 18 ปี ถือหุ้นได้ไม่เกินคนละ 20,000 บาท หากไม่มีหรือมีเงินไม่พอ รัฐบาลจัดหาเงินกู้ให้แล้วค่ อยๆหักแบ่งส่วนเงินปันผลคืน ถ้าได้เงินปันผล 15% ประชาชนจะได้เงินปั นผลคนละประมาณ 3,000 บาทต่อปี เฉลี่ยครอบครัวหนึ่งน่าจะได้ไม่ ต่ำกว่า 1 หมื่นบาทต่อครัวเรือนต่อปีเงิ นจำนวนนี้อาจเล็กน้อยสำหรับคนมี ฐานะ แต่มีค่ามากสำหรับคนจน.....นี่ ก็เป็นเพียงตัวอย่างที่อยากให้ กรรมการ
ร่างกฎหมายชุดต่างๆเช่น แผนแม่บทฯ สภาพลังงานปิโตรเลี่ยมแห่งชาติ
องค์กรธปช. และพ.ร.บ.ปิโตรเลียม ลองคิดเจาะลึกถึงผลสุดท้ายที่ ประชาชนจะได้รับผลประโยชน์ในแต่ ละเรื่องอย่างเป็นรูปธรรม ถ้าสามารถทำได้ เพื่อจะได้ประมาณว่าจะทำอะไรให้ ประชาชนทั้งประเทศได้มากน้อยแค่ ไหนตามที่ประชาชนคาดหวัง จนท่านได้เข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ )
(ข) การที่รัฐบาลจะจัดการบริหารทรั พยากรธรรมชาติปิโตรเลียมของแผ่ นดินในรูปแบบใดๆ ย่อมเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่ จะทำเพื่อประโยชน์สุ ขของประชาชนอันมีสนธิสั ญญสากลรองรับซึ่งต่างชาติ ควรจะต้องยอมรับและให้ความร่ วมมือ โดยเฉพาะเมื่อเป็นรูปแบบวิธี การที่ใช้กันทั่วไปในนานาประเทศ และในส่วนของรัฐบาลเองก็ต้องแบ่ งปันผลประโยชน์ที่ได้ให้เกิ ดความเป็นธรรมทั่วหน้าแก่ ประชาชนโดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส... . สนธิสัญญานั้นมีสาระว่า
**สนธิสัญญา กติกาสากลด้านพลังงาน กำหนดให้พลังงานของประเทศใด ให้ใช้สร้างความมั่งคั่ง การกินดีอยู่ดีของชนชาตินั้ นโดยรัฐบาลแบ่งปันผลประโยชน์ให้ ประชาชนอย่างทั่วถึงเป็นธรรรม
นั่นคือรัฐบาลจะต้องตราเป็นกฎหมายเรื่องการแบ่งปั นผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติปิโตรเลียมให้ กระจายลงไปถึงประชาชนระดับล่างให้มากที่สุดเป็นโครงการที่เป็นรูปธรรมชัดเจนตลอดไปมิใช่แปรเปลี่ยนไปตามนโยบายของรัฐบาลแต่ละยุคสมัย และมิใช่รวยกระจุกอยู่แต่ในกลุ่ มนายทุนพลังงานที่ จะกอบโกยผลประโยชน์จากระบบการค้ าเสรีปิโตรเลียมที่ผู้ร่ างกฎหมายจงใจเปิดทางให้ .....และความยากจนยั งคงกระจายไปทั่่วรากหญ้าที่ถู กจงใจให้นายทุนแย่งส่วนแบ่ งผลประโยชน์ไป โดยฝีมือนักวิชาการของนายทุนผู้ แฝงตัวเข้ามาร่างกฎหมายเพื่ อนายทุน.....
(เป็นกรณีที่ผู้จัดทำยุทธศาตร์ ฯและร่างกฎหมายต่างๆต้องชี้ แจงให้ละเอียดชัดเจนด้วยเหตุด้ วยผลต่อปชช.เจ้าของทรัพยากรฯอย่ างตรงไปตรงมาว่า .....ระบบเปิดเสรีเพื่อนายทุ นสามารถใช้อำนาจทุน อำนาจรัฐ อำนาจนักการเมืองเป็นเครื่องมื อเข้ามาทำธุรกิจแข่งขันกับรั ฐหรือองค์กรธปช. เอาผลประโยชน์เข้ากระเป๋านายทุ นเองนั้น ดีกว่า ระบบรัฐผูกขาด เพื่อรัฐเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทุ กขั้นตอนนำไปจัดทำโครงการสวัสดิ การต่างๆให้ปชช.ที่ส่วนใหญ่ ยากจนรายได้ต่ำอย่างไร )
สุดท้ายนี้ กลุ่มปฎิวัติรัฐสภา ในนามของประชาชนขอฝากความคาดหวังของประชาชนไว้ให้คสช.ได้โปรดตรึงราคาและลดราคาแกส น้ำมันให้โดยเร็วด้วย และโปรดพิจารณาปฎิรูปพลังงานปิโตรเลียม เพื่อให้ปิโตรเลียมซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติเพียงชนิดเดียวที่ประชาชนให้ความหวัง นำมาบริหารหารจัดการช่วยให้มีชีวิตประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเป็นหลักประกันของครอบครัวได้ส่วนหนึ่งช่วยให้คลายความกังวลหายใจได้ทั่วท้องและมีความสุขขึ้นในฐานะเจ้าของแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาความคาดหวังของประชาชน
นายสมมาตร์ พรนที (หัวหน้ากลุ่มปฏิวัติรัฐสภา)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น