วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
ยุทธศาตร์ปฏิรูปพลังงานให้ปชช.ของในหลวง
++ยุทศาตร์ปฏิรูปพลังงานให้
วันที่ 22 กรกฎาคม 2557
ที่ทำงาน
เรื่องขอเสนอแนวทางปฏิรูปประเทศในหัวข้อที่ 1. 5 ระบบพลังงาน
เรียนท่านหัวหน้าคสช.พลเอกสุรยุธ จันทร์โอชา และ คณะเตรียมการปฏิรูปประเทศเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ
ด้วยประชาชนมีความคิดเห็นฟ้องต้องกันว่า สมควรต้องมีการ "ปฏิรูปพลังงานปิโตรเลียม"โดยยึดถือ ความเป็นจริงที่ว่า....ทรัพยากรปิโตรเลียม เป็นของปชช โดยปชช เพื่อปชช. มิใช่เพื่อต่างชาติ นายทุน นักการเมือง ชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ที่ใช้อิทธิพล อำนาจความร่ำรวยกระทำการทุจริตเข้าครอบครองแสวงหาผลประโยชน์บนความทุกข์ยากของปชช.ผู้เป็นเจ้าของอันแท้จริงดังที่เป็นอยู่....ดังนั้นในสถานการณ์การเมืองของประเทศที่ผ่านมา มีอยู่หนทางเดียวที่จะแก้ไขให้เป็นผลสำเร็จได้คือ ต้องเป็นการปฏิรูปฯโดยปชช. เพื่อปชช. ดังที่ปชช.ได้รวมพลังชุมนุมต่อเนื่องมาหลายปีทั่วประเทศและครั้งสุดท้าย
กปปส.และกลุ่มต่างๆได้ชุมนุมหลายเดือน ยอมเสียสละชีวิตเลือดเนื้อน้ำตา ความมุ่งหมายที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ เพื่อดำเนินการปฏิรูปพลังงานปิโตเลียมโดยปชช. เพื่อปชช.
แต่เมื่อคสช.ทำรัฐประหารและดำเนินการปฏิรูปฯเสียเองโดยที่ปชช.จำนวนมากเป็นห่วงเพราะปตท.เป็น "กล่องดวงใจของคุณทักษิน ชินวัตร" ที่หลายๆฝ่ายให้ความเกรงใจและมีผลประโยชน์ร่วมไม่ยอมแปรรูปคืนกลับปตท.เป็นรัฐวิสาหกิจ 100% ของชาติและปชช.ตามเดิม ดังนั้นเพื่อความบริสุทธิ์ใจคสช.จึงควรฟังเสียงปชช.และได้พิจารณาปฏิรูปฯตามความต้องการของปชช. เพื่อปวงชนชน
มิใช่เพื่อนายทุนพลังงาน ทุนสามานย์ นักการเมืองที่ร่ำรวยอยู่แล้วและเป็นชนกลุ่มน้อยนิดที่มีพฤติกรรม ปฏิบัติหน้าที่เยี่ยงโจร ทุจริตแปรรูป ขายและซื้อหุ้นปตท.เยี่ยงโจร ออกกฎหมายโจรที่เกี่ยวข้องกับปิโตรเลียมและปตท. เพื่อผลประโยชน์ของตนและพวกพ้อง แล้วกลับเสแสร้งอ้างว่า ......
ทำเพื่อความมั่นคงทางพลังงานของชาติ(หรือของระบอบทุนสามานย์กันแน่?) แล้วขอให้ปชช.เสียสละเพื่อลูกหลานรุ่นหลัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ต่อไป ๆ ๆ ๆ ๆ ๆโดยขาดวิสัยทัศน์ ไม่สามารถบอกได้ว่าเมื่อไหร่ที่ ปชช.ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ จะพ้นทุกข์ความเดือดร้อนยากจน (สมตามพระราชหฤทัย ที่พระองค์ทรงงานหนักทุ่มเทให้ตลอดมาทุกเรื่องรวมถึงกรรมวิธีการผลิตเชื้อเพลิงอีเทอร์นอลเพื่อชนะความยากจน อันจะเป็นวันที่พระองค์จะได้ทรงพระเกษมสำราญสักที) จากการถูกขูดรีดให้ต้องใช้แกสน้ำมันแพงขึ้นราคาไม่หยุดหย่อนอันเป็นผลทำให้สินค้าแพงทั้งแผ่นดินทั้งๆที่ค่าเงินบาททรงตัวอยู่ที่ ดอลล่าละ 32-33 บาทมาตลอด
และผลของการบริหารพลังงานปิโตรเลียมจากข้าราชการนักการเมืองโจรตามกล่าว ทำชาติเสียผลประโยชน์ที่ควรจะได้อย่างมหาศาลแทนที่จะนำมาใช้เสริมแก้ปัญหาความยากจนให้ปชช.ของในหลวงรัชกาลที่๙ ได้กินดีอยู่ดีมีสุข แต่ปิโตเลียมกลับกลายเป็นตัวสร้างปัญหาซ้ำเติมปชช.แล้วเมื่อไรที่พระราชประสงค๋ของในหลวงจะสัมฤทธิ์ผลสักที?.....
คสช.จึงโปรดอย่าฟังโจร อย่าเชื่อโจรโดยที่ยังมิได้มีการพิสูจน์ข้อมูลและเหตุผลในอดีต อย่าใช้เพียงเหตุผลว่า อยากใช้ผู้มีประสพการณ์(โจร) มีความเชี่ยวชาญ(ในการปล้นชาติขูดรีดปชช.?) มาเป็นกรรมการบริหารพลังงานชุดต่างๆ เพราะ ปชช.คนจนเจ็บมานานรู้ซึ้งมากพอแล้ว ไม่คิดว่าในยุคนี้จะมีองคุลีมาลกลับใจโดยที่ไม่ได้แสดงความสำนึกผิดในผลงานที่ทำร้ายปชช.มา ....ดังนั้นถ้าคสช.ถือว่าการปฏิบัติตามกฎหมายโจรเป็นความถูกต้องของนิติรัฐโดยไม่คำนึงถึงนิติธรรม ประชาชนย่อมจะต้องทนทุกข์ยากจนเดือดร้อนเพราะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้นำประเทศ
กลุ่มทวงคืนพลังงานในนามของปชช.ได้รวบรวมแนวทางความต้องการปฏิรูปพลังงานปิโตรเลียมของปชช. แล้วสรุปเป็นยุทธศาตร์ปฏิรูปพลังงานปิโตรเลียมไทยนำมาเสนอได้ดังนี้.....
++ยุทธศาตร์ปฏิรูปพลังงานปิโตรเลียมไทย++
......(1) ให้ปชช.ภาคครัวเรือน มีสิทธิ์ได้ใช้แกสน้ำมันจากบ่อไทยเป็นอันดับแรกในราคาถูก ปิโตรเลียมบ่อไทยส่วนที่เหลือจึงให้ภาคอื่นใช้ในราคายุติธรรม ใน"ราคาที่สท้อนต้นทุนที่เป็นจริงจากบ่อไทย" เช่น ราคาเบนซินที่ปตท.ขายให้ปชช. 47 บาทต่อลิตร จะสามารถขายให้ปชช.ภาคครัวเรือนในราคาถูกใกล้เคียงกับมาเลเซียคือเหลือประมาณ 23 บ/ล ซึ่งทุกฝ่ายจะอยู่ได้สบายๆดังนี้
ต้นทุนการผลิตจากบ่อไทยส่งถึงปั๊ม 5 บ. + กำไรของปตท.ให้ลดเหลือ 9 บ. + ค่าภาคหลวง ค่าภาษีของรัฐลดลงเหลือ 7 บ. + ค่าการตลาด ฯลฯ 2 บ. รวม 5+9+7+2 = 23 บ/ลิตร (ไม่คิดค่ากองทุนเชื้อเพลิงเพราะปิโตรเลียมบ่อไทยราคาค่อนข้างคงที่) ซึ่งปิโตรเลียมดิบบ่อไทยมีให้ปชช.ภาคครัวเรือนพอใช้และยังมีเหลือส่วนหนึ่งให้ภาคธุรกิจใช้
......(2) ตามสัญญาในระบบสัมปทานปิโตรเลียมที่ผ่านมา 40 ปี ถึงปัจจุบัน รัฐบาลโง่ได้ เก็บรายได้ค่าภาคหลวงเข้ารัฐเป็น"เงิน"นั้น ถ้าหากยังใช้ระบบสัมปทานต่อไป ขอให้เปลี่ยนการเก็บรายได้จากเงินเป็นเนื้อปิโตรเลียมดิบแทนในราคาต้นทุนการเจาะสูบ ตามที่พ.ร.บ.ปิโตรเลียม 2514 ให้อำนาจ กท.พลังงานไว้ ซึ่งจะมีผลดีคือ
ลดการนำเข้าจากต่างประเทศในราคาแพงและลดการทุจริตหลายๆขั้นตอนได้ (ราคาต้นทุนจากการเจาะสูบน้ำมันดิบบ่อไทย 2 บ/ล ในขณะที่ปตท.ซื้อจากตลาดโลก 20 บ/ล แพงกว่า 10 เท่า หรือทำให้ไทยต้องซื้อนำเข้าในราคาที่แพงกว่าลิตรละ 18 บาท ).....และจะมีผลดีทำให้น้ำมันดิบบ่อไทยมีพอใช้หรือใกล้เคียงกับความต้องการภายในประเทศไทย.....(เหตุที่กท.พลังงานและรัฐบาลไม่ได้ทำตามข้อ 2
ที่กล่าวนี้ เพราะโง่มายาวนาน 40 ปีหรือแกล้งเป็นโจรโง่? ...จึงต้องนำมากล่าวให้เห็นผลงานเลวๆที่ชัดเจนมีหลักฐานตามที่กำลังเป็นอยู่ ของข้าราชการ กรรมการบริหารทั้งของกท.พลังงานและปตท.ชุดต่างๆเป็นตัวอย่างที่ทำงานโง่ไม่ค้มค่าเงินเดือนและทุจริต)
.......(3) นำปิโตรเลียมดิบที่เหลือจากข้อ 1 และที่ได้จากข้อ2 มาผลิตเป็นแกส น้ำมันสำเร็จรูปจำหน่ายให้ธุรกิจพานิชย์อุตสาหกรรมของคนไทยในราคาไม่แพงอย่างยุติธรรม(ไม่ให้ภาคธุรกิจปิโตรเคมีของปตท.รู้มากเอาเปรียบธุรกิจอื่นๆและปชช.ในเรื่องเงินกองทุนเชื้อเพลิง ภาษีและราคาแกส LPG) เพื่อรักษาระดับค่าค่าครองชีพให้อยู่ในเกณฑ์ปกติราคาสินค้าไม่แพงและในภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ ภาคเอกชนสามารถผลิตสินค้าส่งออกแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้ดี แทนที่จะฉ้อฉลเอาแต่่่่ได้ เสแสร้งอ้างถึงแต่ความมั่นคงทางพลังงานด้านเดียวแต่ไม่ได้ทำด้านอื่นๆให้เกิดความมั่นคงเอาแต่ขึ้นราคาปิโตเลียมด้านเดียว
........ 4) การเก็บรายได้จากปิโตรเลียมดิบเข้ารัฐ ให้เปลี่ยนจากระบบสัมปทาน (รัฐได้ 30% ) เป็นระบบแบ่งปันผลผลิต (รัฐได้ 80%) เหมือนอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฯลฯ (หากทำเช่นนี้แล้ว ข้อ 2 ก็ไม่ต้องกล่าวถึง)....ทั้งนี้ขอให้คสช.ได้ใช้กรณีศึกษาของประเทศโบลิเวียและอาร์เยนติน่า
เมื่อผู้นำประเทศได้กล้าหาญทำการปฏิรูปพลังงานตามความต้องการของปชช.ใช้กำลังทหารบุกยึดบ่อสัมปทานปิโตรเลียมของบรรษัทข้ามชาติค้าน้ำมันของอเมริกาอย่างไม่เกรงกลัว ไม่อ้างเหตุผลทางกฎหมายใดๆ แล้วเปลี่ยนการเก็บรายได้จากระบบสัมปทานเป็นระบบแบ่งปันผลผลิต(PSC) ทำให้สามารถแก้ปัญหาความยากจนของประเทศได้ภายใน 1-2 ปี
นี่คือการใช้ปฏิญญาสากลด้านทรัพยากรธรรมชาติและประชาธิปไตยของประเทศอันสมบูรณ์อย่างแท้จริง ที่อยู่เหนือประชาธิปไตยจากประเทศมหาอำนาจไม่อาจจะข่มขู่กดดันได้เพราะปชช.เขาไม่เกรงกลัวประเทศมหาอำนาจ เป็นอย่างไรก็เป็นกัน!...เช่นเดียวกับคนไทยที่เสียสละกล้าหาญชุมนุมยาวนานเสี่ยงชีวิตเพื่อต้องการปฏิรูปพลังงานในแนวทางเดียวกับโบลิเวียและอาร์เยนตินา....หากใช้ระบบแบ่งปันผลผลิตแล้วปิโตรเลียมดิบบ่อไทยจะพอใช้ในประเทศและมีเหลือส่งขายต่างประเทศ
......... 5) เนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติปิโตรเลียมเป็นสมบัติของปวงชน เพียงชนิดเดียวที่คนไทยฝากความหวังไว้อย่างสูงสำหรับที่จะช่วยให้ปชช.มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีมีสุข แต่กฎหมายที่ล้าสมัย ด้อยประสิทธิภาพ และกฎหมายโจร ที่เปิดทางให้ทุจริตปกปิดข้อมูล ทำให้ประเทศได้ผลประโยชน์จากปิโตเลียมดิบต่ำมากและเอื้อให้ปตท.ค้ากำไรเกินควร
โดยผลประโยชน์มหาศาลตกแก่ข้าราชการชั่ว นักการเมืองระบอบทุนสามานย์ ทำให้ปชช.ต้องทุกข์ยากเกิดปัญหาอุปสรรคในอันที่จะได้รับประโยชน์จากทรัพยากรฯปิโตรเลียมของปชช.ตามรัฐธรรมนูญ ปชช.จึงต้องการให้คสช.ปฏิรูปพลังงานปิโตรเลียมให้เกิดผลประโยชน์รายได้สูงสุดแก่รัฐและปวงชน.โดยไม่ต้องคำนึงห่วงถึงเศรษฐีนายทุนพลังงานที่ร่ำรวยอยู่แล้วซึ่งสามารถไปหากินในธุรกิจอื่นได้ไม่จำเป็นต้องหากินกับปิโตเลียม มาแข่งขันแบ่งแย่งผประโยชน์ของปวงชน
ที่สำคัญมากที่สุดคือปชช.มีเป้าประสงค์ ให้ปวงชนเป็นเจ้าของหุ้นร่วมกันขององค์กรธุรกิจปิโตรเลียมแห่งชาติ(อปช.)และผลประโยชน์รายได้ส่วนหนึ่งของรัฐและอปช.ให้ใช้จัดทำโครงการสวัสดิการต่างๆให้ปชช.กินดีอยู่ดีมีสุขและให้เจ้าของที่ดินชุมชนเหนือบ่อปิโตเลียมได้รับผลประโยชน์ร่วมกับนายทุนพลังงานที่ได้สิทธิ์เจาะสูบปิโตรเลียมดิบ....ดังนั้นในการออกกฎหมายปฏิรูปพลังงานปิโตรเลียม ขอให้จัดทำกฎหมายโดยเป็นช่องทางให้รัฐและ อปช.มีอำนาจทางกฎหมาย
ทางบริหารจัดการสินทรัพย์ของแผ่นดิน ทางการซื้อ การขาย การบริการปิโตรเลียม ให้เป็นระบบผูกขาดทางการค้าทั้งที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
คล้ายปตท.ในปัจจุบัน แต่เป้าประสงค์ตรงกันข้ามกับปตท.เพราะปตท.ต้องการค้าแสวงหากำไรสูงสุดเพื่อเข้ากระเป๋านายทุนโดยไม่คำนึงถึงความทุกข์ยากของปชช.
แต่อปช.มีเป้าประส่งค์ เพื่อผลประโยชน์รายได้เป็นของรัฐและปวงชนให้ครบทุกขั้นตอนไม่ต้องการให้นายทุนเข้ามาแข่งขันแบ่งแย่งช่วงชิงผลประโยชน์ของปวงชน รวมทั้งปชช.ได้ใช้แกส น้ำมันราคาถูกยุติธรรม.....จึงขออย่าออกกฎหมายให้เป็นช่องทางให้นายทุนเศรษฐีเข้ามาแข่งขันแบ่งแย่งผลประโยชน์รายได้ที่ควรจะเป็นของรัฐและปวงชน เอาไปเข้ากระเป๋านายทุน
ตามที่นายทุนกำลังหาโอกาสอยู่โดยวิธีการต่างๆ เช่นพยายามซ้ือตัว หรือส่งตัวนักวิชาการ นักพูดเพื่อมวลชนเข้ามาอยู่ในคณะกรรมการต่างๆเพื่อให้มีการออกกฎหมายเปิดการค้าเสรีปิโตรเลียม ให้ท่อขนส่งปิโตรเลี่ยมบนบกในทะเลเป็นของธุรกิจเอกชนเป็นต้น
......... (6) ให้ออกกฎหมายกำหนดให้ แบ่งผลประโยชน์รายได้จากปิโตรเลียมสำหรับจัดทำโครงการสวัสดิการให้ปชช.เช่น ไม่น้อยกว่า 30% สำหรับรัฐบาลทุกยุคต้องยอมปฏิบัตินำมาใช้จัดทำโครงการสวัสดิการให้ปชช. ...และโครงการสวัสดิการนั้นๆ ไม่ควรเป็นโครงการที่รัฐได้ดำเนินการเป็นปกติอยู่แล้วเพราะจะแยกงบประมาณไม่ออกว่าเป็นงบส่วนใด
ควรจะกำหนดแยกออกมาให้ชัดเจนแสดงในทั้งในกฎหมายที่บังคับ และในพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี.....ว่าเป็นโครงการอะไร วงเงินเท่าไร ซึ่งน่าจะเป็นโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับปิโตรเลี่ยมด้วย เช่น จัดทำคูปองแจกฟรีแก่ปชช. สำหรับใช้แลกซื้อ แกส น้ำมัน สาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา คมนาคม อาหารแห้ง ปุ๋ย ยากำจัดสัตรูพืช-สัตว์ เป็นต้น แล้วแต่ปชช.แต่ละฐานะ
แต่ละอาชีพจะเลือกใช้จ่ายตามความจำเป็นของแต่ละคน
.........(7) ให้ดำเนินการจัดตั้ง "องค์กรพลังงานปิโตรเลียมแห่งชาติ "(อปช.) แทนที่ปตท.หรือบริษัทมหาชน(จำกัด)ปตท.โดยให้ปตท.พ้นจากการเป็นรัฐวิสาหกิจดังนี้
.........(7.1) รัฐดำเนินการให้บริษัทมหาชน(จำกัด)ปตท.เปลี่ยนคืนกลับเป็น รัฐวิสาหิจ 100% ของรัฐแบบเดิม สมมติชื่อ "องค์กรพลังงานปิโตเลียมแห่งชาติ"(อปช.) โดยการยกเลิกข้อกฎหมายในกฎหมายต่างๆเช่นพ.ร.บ.ปิโตรเลียม มติครม.ที่ได้ให้อำนาจบริหารจัดการแก่ปตท.โดยเฉพาะในเรื่องอำนาจดำเนินธุรกิจแบบระบบผูกขาดทางการค้า
ควรนำข้อกฎหมายเหล่านั้นมาแก้ไขให้เหมาะสมเพื่อให้อำนาจแก่อปช.แทน ..... และโอนทรัพย์สินแผ่นดินของชาติของปชช.จากปตท.เช่น ระบบท่อขนส่งปิโตรเลียมฯลฯคืนกลับมาให้อปช.ดำเนินการแทนปตท. โดยปล่อยให้ปตท.เป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ธรรมดาที่ไม่มีอำนาจได้เปรียบกว่าใคร และหากผู้ถือหุ้นรายใดต้องการขายหุ้น รัฐบาลก็ยินดีรับซื้อในราคายุติธรรม
ในขั้นตอนนี้ธุรกิจปตท.จะกำไรน้อยธุรกิจหลักอาจให้เป็นธุรกิจปั๊มบริการขายปลีกซึ่งรัฐควบคุมราคาขายปลีกราคาหุ้นของปตท.จะตกมาก.....รัฐหรืออปช.สามารถช้อนซื้อหุ้นได้เพื่อให้อปช.เป็นธุรกิจครบวงจรแบบผูกขาดโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขายแกสน้ำมันราคาถูกยุติธรรมให้ปชช.และจัดทำโครงการสวัสดิการให้ปชช.....ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีงามเพราะวัตถุประสงค์ดีไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอย่างที่นายทุนพลังงานกล่าวหากัน
.........(7.2) รัฐดำเนินจัดตั้งองค์กรพลังงานปิโตรเลียมแห่งชาติ (อปช.) แทนปตท.ในรูปแบบใดแบบหนึ่ง (โดยโอนทรัพย์สินแผ่นดินของชาติของปชช.จากปตท.มาให้อปช.และให้อำนาจกฎหมายแก่อปช.สามารถบริหารจัดการธุรกิจแบบระบบผูกขาดทางการค้าคล้ายๆปตท.ที่เป็นอยู่แต่มีการปรับแก้กฎหมายบ้างให้เหมาะสม อาจให้อปช.เป็นองกรธุระกิจทำการค้าปิโตรเลียมดิบ ปิโตรเลียมสำเร็จรูปแทนรัฐเมื่อมีการเปลี่ยนการเก็บผลประโยชน์จากระบบสัมปทานเป็นระบบแบ่งปันผลผลิต
และมีกรรมการจากภาคประชาชนส่งเข้าร่วมในการบริหารอย่างมีเหตุมีผล เปิดเผยโปร่งใสตรงไปตรงมา......โดยให้ปวงชนเป็นเจ้าของหุ้น และผลประโยชน์รายได้ส่วนหนึ่งนำมาจัดทำโครงการสวัสดิการให้ปชช. ในระยะแรกหากหาคนดีซื่อสัตย์และมีประสพการณ์เชี่ยวชาญไม่ได้ ก็ให้จ้างมืออาชีพจากต่างประเทศมาจัดองค์กรวางแผนและบริหารจัดการองค์กรให้ก่อนซึ่งเป็นเรื่องไม่ยากที่คนไทยจะเรียนรู้รับถ่ายทอดวิชาการมา
.........(7.3) สำหรับถ้าจะยึดคืนปตท.คืนกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจ 100% ของชาติและปชช.นั้น มีเหตุผลคือ
.....1) นักการเมืองใช้อำนาจทุจริตแปรรูปปตท.สมบัติของชาติของปชช. ขายหุ้นต่ำกว่าราคาทุนขาดทุนมากนับแสนล้านบาท .....2)ทุจริตผิดกฎโดยขายหุ้นด้วยระบบอีเลคโทรนิค(จองง่าย เร็ว โกงง่ายและโกงจริง).....3) ทุจริตผิดข้อกำหนดโดยขายหุ้นให้บางคนมากเกินข้อกำหนด.....4) วางแผนรีบดำเนินการแปรรูปฯไม่ให้ปชช.ตั้งตัวต่อต้านทัน
รีบร้อนแปรรูปสินทรัพย์ของชาติของปชช.โดยไม่ทำประชาพิจารณ์.....5)แปรรูปแล้วบริหารงานด้วยนโยบายแสวงหากำไรสูงสุด ตรงข้ามกับสัญญาประชาคม .....ขายค้ากำไรเกินควร มีผลให้สินค้าต่างๆแพงทั้งแผ่นดิน ปชช.เดือดร้อน.....6)บริหารงานฉ้อฉล หมกเม็ด ส่อทุจริต ขาดธรรมาภิบาล ปิดบังบิดเบือนข้อมูลสาธารณะไม่โปร่งใส ไม่แสดงข้อมูลที่ไปที่มาที่ปชช.สงสัยไม่ให้ปชช.ตรวจสอบ ซึ่งผิดวิสัยของกิจการที่สุจริตช่วยเหลือปชช ซึ่งมีแต่อยากเปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณะเพื่อคำชื่นชม
..........(7.4) สำหรับวิธีการจะเปลี่ยนคืนกลับ ปตท.เป็นรัฐวิสาหกิจปตท.100% ของรัฐแบบเดิม ปชช.ได้เสนออีกวิธีการหนึ่งคือ
1)ให้ศาลบังคับเปิดเผยข้อมูลผู้ถือหุ้นและการซื้อการขายหุ้นทั้งหมดซึ่งต้องมีการทุจริตแน่นอน...2)ดำเนินคดีนักการเมืองที่ลุแก่อำนาจในการแปรรูปและทุจริตจองหุ้นปั่นหุ้นช้อนซื้อหุ้นกันเอง...3)เมื่อมีหลักฐานการทุจริต ให้ยึดคืนหุ้น (ของนักการเมือง35%)
ที่ได้ทุจริตแปรรูป+ทุจริตขาย-ซื้อหุ้น+ออกกม.(โจร)+อยู่เบื้องหลังการบริหารจัดการบริษัทมหาชน(จำกัด)ปตท.โดยทุจริต...4) ซื้อหุ้นคืนจากเอกชนที่เหลือ(14%)ในราคายุติธรรม ......5)นำหุ้นของกท.การคลังอีก 51% มารวม ....รวมทั้งมีสินทรัพย์แผ่นดินของชาติของปชช.เช่นโรงแยกกาซ โรงกลั่นน้ำมัน ระบบท่อขนส่งเดิมๆเป็นต้นทุนอยู่ซึ่งยังเรียกทุนจากการขายหุ้นให้ปวงชนได้อีก.....จึงสามารถจะจัดตั้งอปช.ได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านทุน
...6) ให้จัดทำเปลี่ยนบริษัทมหาชน(จำกัด)ปตท. เป็นรัฐวิสาหกิจ 100%ของรัฐแบบเดิม ....หรือจัดทำเป็นองค์กรธุรกิจพลังงานปิโตรเลียมแห่งชาติ (อปช.)แทนบริษัทมหาชน(จำกัด)ปตท. โดยมีสินทรัพย์(ระบบท่อขนส่ง)และกฎหมายที่เอื้อและให้อำนาจต่อการบริหารจัดการปิโตรเลียมที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำแบบระบบผูกขาดการค้าคล้ายๆบริษัทมหาชน(จำกัด)ปตท.ในปัจจุบัน.....ไม่เปิดเป็นระบบเสรีทางการค้าให้นายทุนเข้ามาร่วมกิจการโดยไม่จำเป็น
...7) ในกท.พลังงานและองค์กรธุรกิจปิโตรเลียมแห่งชาติ(อปช.) จะบริหารงานโดยมีกรรมการบริหารชุดต่างๆที่ประกอบด้วยนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ นักบริหาร จึงขอให้ต้องออกกฎหมายให้มีกรรมการจากภาคประชาชนจัดส่งเข้ามาบริหารงานร่วมประกบคู่กันทุกชุด โดยให้กรรมการจากภาคปชช.มีจำนวนมากกว่า 3 คน
และภาคปชช.สามารถเปลี่ยนกรรมการได้ทันทีเพียงแจ้งให้กท.พลังงานรับทราบ (กรรมการฯจากภาคประชาชนนั้นให้ประกอบด้วยนักวิชาการผสมกับภาคประชาชนคุณสมบัติที่สำคัญคือเป็นผู้มีความสนใจด้านพลังงานและมีความซื่อสัตย์เป็นหลักสำคัญเป็นที่รู้กันของชาวบ้านชุมชนหรือขององค์กร)
สำหรับในข้อ 7) นี้เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้ข้อใดเพราะจะมีผลให้กรรมการภาคประชาชน มีโอกาสสามารถร่วมบริหารตัดสินใจ ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมกฎระเบียบ มาตรการต่างๆของ ปตท.หรือ อปช.ได้ตลอดเวลา .....โดยการออกกฎหมายให้กรรมการภาคประชาชนมีสิทธิ์ ขอเปิดประชุม เสนอข้อเรียกร้อง แล้วลงประชามติตัดสินระหว่างคณะกรรมการฯ ทั้ง 2 ฝ่่าย โดยให้มีผลเปลียนแปลงกฎระเบียบ วิธีการ มาตราการต่างๆตามผลการโหวตเสียง และถ้าเป็นเรื่องของมติครม.หากผลการโหวตเสียง กรรมการภาคประชาชนชนะ มีผลให้ รัฐสภา หรือ ศาล ต้องแก้ไขหรือยกเลิกมติครม. นั้น
ข้าพเจ้าและกลุ่มเพื่อนประชาชนมีความไว้วางใจในคสช.และ "คณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ" ที่ได้เสียสละกล้าหาญทำการรัฐประหารเพื่อหวังให้แผ่นดินไทยคืนกลับสู่ศานติสุขและความอุดมสมบูรณ์ของชาติประชาชน จึงขอฝากความหวังของพี่น้องประชาชนในเรื่องการปฏฺิรูปพลังงานปิโตรเลียมไว้
จึงเรียนมาเพื่อเป็นกำลังใจขอให้คสช.ดำเนินการเพื่อปวงชนต่อไปให้จงสำเร็จสมปนิธาน เพื่อให้ประชาชนของในหลวงกินดีอยู่ดีมีสุขสมตามพระราชหฤทัยของในหลวง พระองค์จะได้ทรงพระเกษมสำราญในรัชสมัยของพระองค์ด้วยเถิด
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
นายสมมาตร์ พรนทีและกลุ่มเพื่อนประชาชน
Em:uuhijk@gmail.com Tel 08 7595 5859
ปชช.ของในหลวง ++
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
