วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ขอข้อมูลหลักสำคัญปิโตรเลียม

   
"วันที่ 18 มิถุนายน 2557 "...                                                                                                                                                            
ที่ทำงานกลุ่มปฏิวัติรัฐสภา                                                                                                                                   
เรื่องขอข้อมูลหลักสำคัญปิโตรเลียม
เรียนท่านหัวหน้าคสช. พลเอกประยุทธ จันทร์โอชาและคณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ
                                          ด้วยตามที่การปฏิรูปพลังงานจะสำเร็จได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติประชาชนเป็นที่พอใจนั้น ประชาชนและคสช.จะต้องมีข้อมูลที่เป็นจริงด้านพลังงานไว้ศึกษา ตัดสินใจ วางแผน ออกแบบและจัดแก้จัดทำกฎหมายต่างๆ  แต่ที่ผ่านมาประชาชนได้ข้อมูลข่าวสารที่ขัดแย้งกันกับกระทรวงพลังงานและบริษัท(จำกัด)มหาชนปตท.อีกทั้งที่ผ่านมา กท.พลังงาน กึ่งรัฐวิสาหกิจปตท.และรัฐบาล ใข้วาทกรรมสื่อสารกับประชาชนไม่รู้เรื่อง ข้อมูลขัดแย้งกันเองเปลี่ยนไปมา  ตามแถลงการณ์ของท่านหัวหน้าคสช.เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2557นั้น                                                                                                                                   
                                        กลุ่มปฎิวัติรัฐสภาในนามของประชาชนผู้ใส่ใจในเรื่องการปฏิรูปพลังงานมานาน จึงใคร่ขอเสนอวิธีการให้คสช. กึ่งรัฐวิสาหกิจปตท. กท.พลังงาน “คณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ”และประชาชนได้รับข้อมูลพลังงานหลักที่สำคัญอันเป็นกุญแจไขปริศนาความลับไปสู่ความจริงที่โปร่งใสได้รับรู้ข้อมูลตรงกันพร้อมๆกัน เพื่อจะได้พูดจาภาษาเดียวกันเสียทีและปัจจุบันนี้ไม่มีใครทำได้นอกจากคสช.
                                           โดยขอให้คสช. สั่งการให้ กท.พลังงาน กท.การคลังและปตท.ตอบคำถามหรืออธิบายชี้แจงข้อมูลต่างๆเป็นเอกสารและกำชับให้รายงานข้อมูลจริง โดยผู้บริหารสูงสุดขององค์กรหรือของส่วนราชการในปัจจุบันเป็นผู้รายงานเองโดยลงนามเสนอรายงานแต่เพียงผู้เดียว ไม่ให้รายงานตามน้ำผ่านผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ไม่อาจโยนความผิดให้ใครและเพื่อสามารถเอาผิดและลงโทษได้ถ้าให้ข้อมูลเป็นเท็จ
                                        ข้อมูลตามกล่าวนี้  เป็นข้อมูลหลักที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันเลิกเถียงขัดแย้งกันเพราะสามารถใช้เป็นข้อมูลหลักที่สำคัญในการพิสูจน์ความจริงและตัดสินใจ จะปฏิรูปพลังงานไปในทิศทางใด เพื่อใคร จะรักษากฎหมายเก่าๆที่ครม.นักการเมืองทุนสามานย์ผู้มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนอันเป็นชนกลุ่มน้อยนิดที่ร่ำรวยอยู่แล้วได้มัดมือประชาชนแปรรูปขายหุ้นรัฐวิสากิจปตท.โดยทุจริต  พร้อมทั้งจัดทำออกกฎหมายโจรเอื้อประโยชน์ให้พวกตัวเองไว้ เพื่อให้ผู้นำประเทศที่เป็นพวกเดียวกัน  สามารถใช้กล่าวอ้างความถูกต้องในการบริหารงานของส่วนราชการสอพลอที่เกี่ยวข้องว่าได้ทำตามกฎหมายแล้ว ..... หรือว่า จะทำตามความประสงค์ของประชาชนคือ ให้มีการแก้ไขจัดทำกฎหมายใหม่ให้เป็นธรรมทันสมัยทันโลกเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติและปวงชนเหมือนดังชาติต่างๆที่มีปิโตรเลียมได้ก้าวข้ามความล้าหลังแบบไทยมุ่งขึ้นสู่การพัฒนาปฎิรูปพลังงานเพื่อชาติและปวงชนมาหลายปีแล้ว ก็ย่อมขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ผู้นำของประเทศประชาชนตาดำๆจะทำอย่างไรได้
                                           ข้อมูลหลักที่สำคัญที่คสช. คณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ และประชาชน ควรต้องการทราบไปพร้อมๆกันนี้ ถูกกท.พลังงานและปตท.ปิดบังกลบเกลื่อนไม่ยอมชี้แจงเปิดเผยมานับสิบปีแล้ว และประชาชนสงสัยอยากทราบมานานแล้วเพื่อการตรวจสอบทางสาธารณะที่รัฐบาล กท.พลังงานและปตท.ชอบกล่าวอ้างด้วยวาจาลอยๆไม่ต้องรับผิดชอบ ว่าเป็นต้นเหตุให้ต้องขายแกสน้ำมันให้คนไทยราคาแพง แต่กท.พลังงานไม่ยอมให้ข้อมูลเป็นเอกสาร เป็นจำนวน เป็นตัวเลข ที่ชัดเจน สำหรับให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ เอาผิดได้ โดยการหลีกเลี่ยงกล่าวอ้างต่างๆนานา ข้อมูลหลักที่สำคัญที่ ประชาชนขอให้ คสช.ได้โปรดสั่งการให้ผู้รับผิดชอบชี้แจงได้แก่ ปริมาณการสูบปิโตรเลียมดิบ ปริมาณการซื้อ-ขาย ปิโตรเลียมดิบ และปริมาณการกลั่นการแยกปิโตรเลียมดิบ...โดยการจัดทำรายงานเป็นตารางดังนี้
------- (1) คสช.สั่งการให้ กท.พลังงานจัดทำเสนอ... “รายงานประจำปีตารางแสดงปริมาณการสูบปิโตรเลียมดิบรายเดือน” คือแกสธรรมชาติและน้ำมันดิบของแต่ละหลุมทุกๆหลุมที่สูบได้จากหลุมไทยในเขตพื้นที่ประเทศไทยรวมทั้งพื้นที่ทับซ้อนฯที่ไทยเป็นผู้ให้สัมปทานซึ่งเจาะสูบโดยทั้งบริษัทต่างชาติและไทยรวมถึงปตท.ด้วย 
(1.1) สำหรับหลุมของปตท.ในไทย ที่ได้สัมปทานจากไทยให้แยกรายงานต่างหากโดยเฉพาะ .....
(1.2)สำหรับหลุมของปตท.ในต่างประเทศ ที่ปตท.ไปลงทุนไว้ก็ ให้แยกรายงานต่างหากเป็นอีกรายงานหนึ่งโดยเฉพาะ พร้อมทั้งแจ้งด้วยว่าได้บริหารจัดการปิโตรเลียมดิบที่ได้นั้นอย่างไร ส่งไปที่ไหน
โดยทั้งหมดให้แสดงข้อมูลย้อนหลัง 4 ปี ตั้งแต่ปี 2553 ถึง ปี 2556 แสดงรายละเอียดข้อมูลที่สำคัญของแต่ละหลุมให้ครบเช่น :- รายการที่_   ชื่อหลุม พิกัดหลุม ชื่อแหล่ง ชื่อบริษัทเจ้าของ สัมปทาน ค่าภาคหลวง ค่าภาษีรายได้ ปริมาณสูบแต่ละเดือนของแต่ละหลุม และยอดรวมของปี (ให้ใช้หน่วยเป็น พันลิตร)  ปลายทางขนส่ง(ถ้าในไทยให้แจ้งเป็นชื่อจังหวัดอักษรย่อ  ถ้าต่างประเทศให้แจ้งชื่อประเทศแต่ถ้าไม่ทราบให้แจ้งว่าต่างประเทศหรืออักษรย่อ ตปท.)  ฯลฯ
(โดยปกติตารางแสดงข้อมูล ลักษณะนี้ กท.พลังงานต้องมี ต้องจัดทำไว้อยู่แล้ว เพื่อการตรวจสอบ เพื่อใช้ประกอบการเก็บค่าภาคหลวง เสนอกท.การคลัง  ถ้าทุกอย่างที่ดำเนินการผ่านมาเป็นไปโดยถูกต้องบริสุทธิ์ก็ไม่ควรต้องใช้เวลานาน เพราะข้อมูลพื้นฐาน (DATA BASE) ต้องมีพร้อมอยู่แล้ว สามารถสั่งคอมพิวเตอร์ให้แปรรูป ออกแบบจัดทำเป็นตารางแบบต่างๆได้สะดวกรวดเร็วตามต้องการโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศน์ที่สามารถคำนวณตัวเลขให้เสร็จ  เพิ่มลดแถวประเภทข้อมูลต่างๆได้ ดังนั้นแม้เอกสารจะหลายหน้าเพราะจำนวนหลุมมากแต่ก็ควรจะนำเสนอได้ทันที)
----- (2) คสช.สั่งการให้ ทั้งกท.พลังงาน กท.การคลังและกึ่งรัฐวิสาหกิจปตท. ต่างฝ่ายต่างจัดทำ.... “รายงานประจำปี ตารางแสดงการซื้อ การขาย ปิโตรเลียมดิบของปตท.รายเดือน”    โดยแยกรายงานกันตามข้อ (2.1) และ(2.2)                               
(2.1) ที่ปตท.ซื้อ-ขายปิโตรเลียมดิบจากหลุมไทย หรือ ซื้อ-ขายกับบริษัทที่ได้สัมปทานปิโตรเลียมของไทย ทั้งซื้อขายกันโดยตรงกับบริษัทที่ได้สัมปทานปิโตรเลียมของไทย หรือผ่านคนกลางก็ตาม  โดยขนส่งของภายในประเทศ                                                                 
(2.2) ที่ปตท.ซื้อ-ขายกับต่างประเทศซึ่งไม่ใช่ปิโตรเลียมดิบจากหลุมไทย เช่นจาก สิงคโปร  ซาอุดิอารเบีย ฯลฯ ขนส่งปิโตรเลี่ยมดิบ โดยนำเข้าไทยหรือส่งออกต่างประเทศ

(ทั้งนี้การจัดทำรายงานอาจยึดข้อมูลที่สำคัญเป็นหลักเช่น  โดยการยึดถือ “ สัญญาการซื้อ-ขายเป็นหลัก” ...สัญญาซื้อ-ขาย ของปีใดที่มีการรับ-ส่งของ ในปีนั้นก็นำมาแสดงจัดทำรายงานประจำปีนั้น  เมื่อรับ-ส่งของในงวดเดือนใดเท่าไรก็แสดงไว้ในช่องของเดือนนั้น ….ส่วนสัญญาซื้อ-ขายที่ยังไม่มีการส่งของในปีนั้นก็นำไปรายงานในปีอื่นที่มีการส่งของจริง)
      โดยทั้งหมดให้แสดงข้อมูลย้อนหลัง 4 ปี ตั้งแต่ปี 2553 ถึง ปี 2556 พร้อมทั้งให้แสดงข้อมูลประกอบที่สำคัญเช่น เลขที่เอกสารสัญญาซื้อขายพร้อมวันทำสัญญาและปริมาณของ  ชื่อบริษัทคู่สัญญาซื้อ-ขาย  ปริมาณปิโตรเลียมดิบที่รับ-ส่งแต่ละงวดพร้อมวันที่และเลขที่หนังสือรับ-ส่งของ  จุดรับ-ส่งของ(ถ้าในไทยให้แจ้งชื่อจังหวัด ถ้าต่างประเทศให้แจ้งชื่อประเทศในกรณีไม่รู้ให้แจ้งไม่รู้)  ชื่อหลุม,ชื่อแหล่งปิโตรเลียม(กรณีไม่รู้ ให้แจ้งว่า ไม่รู้)   ยอดรวมปิโตรเลียมดิบที่ซื้อ-ขายทั้งปี 

------- (3) คสช.สั่งการให้กท.พลังงานและปตท.จัดทำ ....
(3.1) “รายงานประจำปีตารางแสดงปริมาณการกลั่นน้ำมันดิบของปตท.รายเดือน “ เดือนใดกลั่นน้ำมันดิบเท่าไรให้จัดทำรายงานเป็นตารางละ 12 เดือนคือรายงานประจำปี                                                           
(3.1.1) ให้จัดทำรายงานแสดงปริมาณการกลั่นน้ำมันดิบที่สูบได้จากหลุมไทยที่ปตท.ได้สัมปทานจากไทย
(3.1.2)ให้จัดทำรายงานแสดงปริมาณการกลั่นน้ำมันดิบที่ปตท.สั่งซื้อนำเข้าจากต่างประเทศ
โดยแยกรายงานต่างชุดกันกับข้อ (3.1.1) และไม่ต้องคำนึงถึงผลผลิตที่ได้จากการกลั่น

(3.2) “รายงานประจำปีตารางแสดงปริมาณการแยกกาซธรรมชาติของปตท.รายเดือน” เดือนใดนำกาซธรรมชาติไปแยกที่โรงแยกกาซได้เท่าไรให้จัดทำรายงานเป็นตาราง ละ 12 เดือนคือรายงานประจำปี
(3.2.1) ให้จัดทำรายงานแสดงปริมาณการแยกกาซธรรมชาติที่สูบได้จากหลุมไทยที่ปตท.ได้สัมปทานจากไทย
(3.2.2) ให้จัดทำรายงานแสดงปริมาณการแยกกาซธรรมชาติที่ปตท.สั่งซื้อนำเข้าจากต่างประเทศ  
โดยแยกรายงานต่างชุดกันและไม่ต้องคำนึงถึงผลผลิตที่ได้จากการแยกกาซ  ให้จัดทำรายงานฯ 4 ปี ตั้งแต่ปี 2553 ถึง ปี 2556                                                                                                                                                                              
การจัดทำรายงานตามข้อ (1) ถึง ข้อ(3) นั้น แต่ละฝ่ายจะอ้างว่าไม่ได้เก็บข้อมูลเก่าไว้ไม่ได้เพราะเป็นเอกสารทางราชการ(ที่มีความสำคัญสำหรับใช้งานหลายด้านเช่นใช้ในการตรวจสอบการทุจริตหลายขั้นตอน)  จึงต้องเก็บรักษาไว้อย่างน้อย 10 ปี ตามกฎหมาย .......หาก กท.การคลังมีข้อมูลรายละเอียดประกอบไม่สมบูรณ์ก็ให้แสดงแต่ข้อมูลเท่าที่ได้รับ เท่าที่มี  แต่กท.พลังงานในฐานะที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายวางแผนพลังงานของชาติ กำหนดยกเลิก เพิ่ม ลดการผลิตแกสน้ำมันประเภทต่างๆ และพิจารณาควบคุมกำหนดราคาขายปลีกให้ประชาชน กำหนดให้มีกองทุนเชื้อเพลิงฯ  ประกาศให้เหตุผลในการขึ้นราคาแกส น้ำมันไม่หยุดหย่อน และควบคุมตรวจสอบกำหนดการเก็บค่าภาคหลวงค่าภาษีรายได้ของสัมปทานปิโตรเลียม จึงจำเป็นต้องมีต้องรู้ข้อมูลทั้งหมด  ต้องมีการสั่งการให้รายงานข้อมูลตามกล่าวอย่างพร้อมมูลจึงจะสามารถบริหารจัดการงานได้ มิฉะนั้นแล้ว ก็จะเป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างหละหลวม บกพร่อง ไร้ข้อมูล ไร้ประสิทธิภาพ รู้เห็นเป็นใจให้มีการทุจริตและค้ากำไรเกินควรได้
ส่วนปตท.นั้นเป็นองค์กรกึ่งราชการกึ่งบริษัทเอกชนภายใต้การตรวจสอบควบคุมของหลายหน่วยงานราชการ  ย่อมต้องรู้ข้อมูลประเภทต่างๆของปิโตรเลียมดิบของตัวเองดีอยู่แล้ว เพราะต้องใช้สำหรับการจัดทำบัญชีคำนวณรายได้รายจ่ายขาดทุน กำไร จ่ายเงินปันผล เสียภาษี และใช้ในการตรวจสอบกิจการของบริษัทอยู่แล้วเหมือนบริษัทมหาชนทั่วไป จึงควรมีความพร้อมสามารถจัดทำรายงานได้เร็ว .....และหากรายงานให้ข้อมูลไม่ชัดเจน ไม่ครบถ้วน ทางคสช.ควรต้องสั่งการให้ชี้แจงเพิ่มเติมด่วนอีกหลายๆครั้งจนกว่าจะนำไปใช้ประโยชน์ได้สมบูรณ์                                                                           
                                   อนึ่งกท.พลังงาน กท.การคลังและปตท.ไม่สามารถปฏิเสธบ่ายเบี่ยงการรายงานให้ข้อมูลทุกเรื่องตามกล่าวได้ ไม่ว่าจะอ้างเหตุผลใดๆก็ตาม เพราะปัจจุบันนี้ไม่ได้อยู่ในช่วงภาวะปกติ  แต่อยู่ในช่วงของการปฏิวัติ ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 คสช.มีอำนาจสั่งการได้เด็ดขาดและสูงสุด แม้แต่ศาลตุลาการก็ต้องรับฟังในเหตุผลเพื่อความมั่นคงของราชอาณาจักรไทย จึงสามารถขออำนาจศาลตุลาการหรือศาลทหารให้ต้องเปิดเผยข้อมูลจัดทำรายงานเสนอได้ 
                                   
                                 กลุ่มปฎิวัติรัฐสภา ในนามของประชาชน  จึงใคร่ขอให้ ท่านหัวหน้าคสช. ได้โปรดให้มีการแสดงชี้แจงข้อมูลทั้งหมดตามที่กล่าวมาซึ่งเป็นข้อมูล ที่คสช. คณะเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ และประชาชนจำเป็นต้องทราบในการปฏิรูปพลังงานตามเจตนารมณ์ของคสช.ที่แถลงการณ์ไว้ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2557 เพื่อปัญหาทุกอย่างที่ถกเถียงกันนานนับ 10 ปีแล้วจะได้คลี่คลายเข้าใจตรงกันเสียที และเดินหน้าต่อไปได้อย่างโปร่งใสด้วยเหตุด้วยผลเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย                                    
                                     จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาและโปรดแจ้งให้ประชาชนทราบข้อมูลต่อไป
                                                           ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
                                                             นายสมมาตร์ พรนที (หัวหน้ากลุ่มปฏิวัติรัฐสภา)              

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น